กติกาการจั่วไพ่บาคาร่า
กติกาบาคาร่า: กฎการจั่วไพ่ของ Player และ Banker
กติกาบาคาร่าสำหรับเกมแบบมาตรฐานกำหนดการจั่วไพ่ไว้ตายตัว ผู้เดิมพันไม่ได้เลือกเองว่าจะจั่วหรือหยุด หลังแจกไพ่ให้ Player และ Banker ฝั่งละสองใบ เกมจะดูว่ามี Natural 8/9 หรือไม่ ก่อนพิจารณาว่า Player และ Banker ต้องได้รับไพ่ใบที่สามหรือหยุดที่ไพ่สองใบ
Player และ Banker เป็นชื่อของมือไพ่สองฝั่งที่นำคะแนนมาเปรียบเทียบกัน ไม่ได้หมายถึงผู้ที่วางเดิมพัน และ Banker ก็ไม่ใช่ดีลเลอร์หรือผู้แจกไพ่
เนื้อหาต่อไปนี้อธิบายลำดับการใช้กฎ ผลของ Natural เงื่อนไขการจั่วของทั้งสองฝั่ง และวิธีอ่านตารางกฎไพ่ใบที่สาม พร้อมตัวอย่างสมมติที่ช่วยแยกค่าไพ่แต่ละใบออกจากคะแนนรวม
ขอบเขต: ใช้กับกติกาบาคาร่าแบบมาตรฐานที่กำหนดการจั่วไพ่ตายตัวตามตารางในหน้านี้ หากเกมที่เลือกมีกฎเฉพาะ ควรอ่านกติกาของเกมนั้นประกอบ ไม่ใช้ชื่อรูปแบบเกมเพียงอย่างเดียวตัดสินว่ากฎทุกส่วนเหมือนกัน
ยังไม่คุ้นกับ Player, Banker หรือการนับแต้ม? อ่านคู่มือวิธีเล่นบาคาร่า สำหรับมือใหม่ก่อน แล้วจึงกลับมาอ่านกฎการจั่วไพ่แบบละเอียด
หลังแจกไพ่สองใบแรก บาคาร่าใช้กฎอะไรตัดสินการจั่วไพ่?
กฎบาคาร่าไม่ได้พิจารณาทั้งสองฝั่งแยกขาดจากกัน ต้องเริ่มจากคะแนนไพ่สองใบแรกของทั้งคู่ เพราะบางรอบจบได้ทันทีโดยไม่มีไพ่ใบที่สาม ส่วนรอบที่ต้องพิจารณาการจั่วต่อ จะเริ่มจาก Player ก่อน Banker
- ดูคะแนนจากไพ่สองใบแรกของทั้งสองฝั่ง — ใช้เป็นข้อมูลตั้งต้น ก่อนมีการแจกไพ่เพิ่ม
- ดูว่ามี Natural 8/9 หรือไม่ — หากฝั่งใดฝั่งหนึ่งได้ 8 หรือ 9 แต้มจากไพ่สองใบแรก ทั้งสองฝั่งจะไม่จั่วเพิ่ม แล้วเปรียบเทียบคะแนนที่มีอยู่
- หากไม่มี Natural ให้ดู Player ก่อน — คะแนนสองใบแรกของ Player เป็นตัวกำหนดว่าจะได้รับไพ่ใบที่สามหรือหยุด
- จากนั้นจึงพิจารณา Banker — ถ้า Player ไม่จั่ว ให้ใช้คะแนนสองใบแรกของ Banker แต่ถ้า Player จั่ว ต้องดูค่าของไพ่ใบที่สามใบนั้นร่วมด้วย
- เมื่อแจกไพ่ครบตามกฎ จึงเปรียบเทียบคะแนนสุดท้าย — ตารางจั่วไพ่มีหน้าที่บอกว่าฝั่งใดต้องรับไพ่เพิ่ม ไม่ได้บอกผู้ชนะล่วงหน้า
จุดสำคัญคือ ต้องรู้ก่อนว่า Player จั่วหรือไม่ จึงจะเลือกกฎของ Banker ได้ถูกกรณี รายละเอียดตัวเลขของแต่ละฝั่งอยู่ในหัวข้อถัดไป
ก่อนอ่านกฎจั่วไพ่ ต้องแยกคะแนนกับค่าไพ่อย่างไร?
ค่าไพ่หนึ่งใบกับคะแนนรวมของมือไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป โดยเฉพาะกฎของ Banker ที่อาจต้องดูไพ่ใบที่สามของ Player เพียงใบเดียว จึงควรแยกข้อมูลเหล่านี้ให้ชัดก่อนอ่านตาราง
| ไพ่ | ค่าของไพ่ |
|---|---|
| A | 1 |
| 2–9 | ตามหน้าไพ่ |
| 10 / J / Q / K | 0 |
คะแนนของมือคิดจากผลรวมค่าไพ่ โดยใช้เฉพาะเลขหลักหน่วย เช่น 8 + 9 = 17 จึงนับเป็น 7 แต้ม
| ข้อมูลที่กฎใช้ | หมายถึงอะไร |
|---|---|
| คะแนนจากไพ่สองใบแรก | คะแนนเริ่มต้นก่อนแจกไพ่ใบที่สาม ใช้ดู Natural และเลือกกฎของแต่ละฝั่ง |
| ค่าของไพ่ใบที่สาม | ค่าของไพ่ที่ได้รับเพิ่มเพียงใบเดียว ไม่ใช่คะแนนรวมใหม่ของมือ |
| คะแนนสุดท้าย | คะแนนของมือเมื่อแจกไพ่ครบตามกฎ ใช้เปรียบเทียบผลของรอบ |
คำว่า “จั่ว” หมายถึงได้รับไพ่เพิ่มตามกฎ ส่วน “หยุด” หมายถึงไม่รับไพ่เพิ่ม ไม่ใช่การตัดสินใจของผู้เดิมพัน และค่าไพ่ใบที่สามเป็น 0 ยังถือว่าได้รับไพ่ใบที่สามแล้ว ไม่ใช่กรณีไม่มีไพ่เพิ่ม
Natural 8/9 คืออะไร และทำไมทั้งสองฝั่งจึงหยุดจั่ว?
Natural 8 และ Natural 9 คือการที่ Player หรือ Banker ได้ 8 หรือ 9 แต้มจากไพ่สองใบแรก หากคุ้นกับคำว่า “ไพ่ป๊อก 8” หรือ “ไพ่ป๊อก 9” อาจใช้ช่วยให้นึกภาพกรณีนี้ได้ แต่ในบาคาร่าเราเรียกว่า Natural 8/9 การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่าบาคาร่าใช้กติกาอื่นเหมือนป๊อกเด้งทั้งหมด
เมื่อฝั่งใดฝั่งหนึ่งมี Natural ทั้งสองฝั่งจะไม่ได้รับไพ่เพิ่ม ไม่ต้องพิจารณากฎจั่วของ Player หรือใช้ตารางจั่วของ Banker ต่อ จากนั้นจึงเปรียบเทียบคะแนนจากไพ่สองใบแรก
| คะแนน Player / Banker จากไพ่สองใบแรก | การจั่วเพิ่ม | ผลเมื่อเปรียบเทียบคะแนน |
|---|---|---|
| 8 / 6 | ไม่จั่วทั้งสองฝั่ง | Player มีคะแนนสูงกว่า |
| 8 / 9 | ไม่จั่วทั้งสองฝั่ง | Banker มีคะแนนสูงกว่า |
| 9 / 9 | ไม่จั่วทั้งสองฝั่ง | คะแนนเท่ากัน เป็นผลเสมอ |
ตัวอย่างสมมติข้างต้นแสดงว่า Natural ไม่ได้แปลว่าชนะอัตโนมัติ และแม้มี Natural เพียงฝั่งเดียว ก็หยุดการจั่วของทั้งสองฝั่ง ส่วน 8 หรือ 9 แต้มที่เกิดหลังได้รับไพ่ใบที่สามไม่เรียกว่า Natural
หากทั้งสองฝั่งไม่มี Natural จึงไปพิจารณากฎการจั่วของ Player
Player จั่วไพ่ใบที่สามหรือหยุดเมื่อไร?
เมื่อทั้งสองฝั่งไม่มี Natural ให้ใช้คะแนนจากไพ่สองใบแรกของ Player ตามตารางนี้
| คะแนน Player จากไพ่สองใบแรก | ผลตามกฎ |
|---|---|
| 0–5 | จั่วไพ่ใบที่สาม |
| 6–7 | ไม่จั่วเพิ่ม |
คะแนน 8–9 ถูกพิจารณาเป็น Natural ไปแล้ว จึงไม่เข้าสู่กฎในตารางนี้ ตัวอย่างจุดแบ่งที่จำง่ายคือ 5 แต้มต้องจั่ว แต่ 6 แต้มไม่จั่ว
หลังผ่านเงื่อนไข Natural แล้ว การจั่วของ Player ใช้คะแนนสองใบแรกของตัวเอง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคะแนนขณะนั้นนำหรือตาม Banker เมื่อทราบว่า Player จั่วหรือหยุดแล้ว จึงเลือกกฎของ Banker ในหัวข้อถัดไป
Banker จั่วไพ่ใบที่สามหรือหยุดเมื่อไร?
กฎของ Banker แบ่งเป็นสองกรณี โดยต้องรู้ก่อนว่า Player หยุดที่ไพ่สองใบหรือได้รับไพ่ใบที่สาม ทั้งสองกรณีด้านล่างใช้หลังจากตรวจแล้วว่าทั้งสองฝั่งไม่มี Natural
กรณีที่ 1: Player ไม่จั่วไพ่เพิ่ม
เมื่อ Player หยุดที่ไพ่สองใบ ให้ดูคะแนนสองใบแรกของ Banker โดยตรง ไม่ต้องใช้ค่าไพ่ใบที่สามของ Player เพราะไม่มีไพ่ใบนั้น
| คะแนน Banker จากไพ่สองใบแรก | ผลตามกฎ |
|---|---|
| 0–5 | จั่วไพ่ใบที่สาม |
| 6–7 | ไม่จั่วเพิ่ม |
คะแนน Banker 8–9 ไม่อยู่ในตารางนี้ เพราะเป็น Natural ซึ่งหยุดการจั่วของทั้งรอบตั้งแต่ก่อนหน้า
กรณีที่ 2: Player ได้รับไพ่ใบที่สาม
ใช้คะแนนจากไพ่สองใบแรกของ Banker เลือกแถวในตาราง แล้วดูค่าของไพ่ใบที่สามของ Player ว่าอยู่ในช่อง “จั่ว” หรือ “ไม่จั่ว”
| คะแนน Banker จากไพ่สองใบแรก | Banker จั่วเมื่อไพ่ใบที่สาม ของ Player มีค่า | Banker ไม่จั่วเมื่อไพ่ใบที่สาม ของ Player มีค่า |
|---|---|---|
| 0–2 | 0–9 ทุกค่า | — |
| 3 | 0–7 หรือ 9 | 8 |
| 4 | 2–7 | 0, 1, 8, 9 |
| 5 | 4–7 | 0–3, 8, 9 |
| 6 | 6–7 | 0–5, 8, 9 |
| 7 | — | 0–9 ทุกค่า |
เครื่องหมาย “—” หมายถึงไม่มีค่าไพ่ที่ทำให้เกิดผลในช่องนั้น ไม่ใช่ค่า 0 ส่วนไพ่ 10, J, Q และ K ต้องอ่านเป็นค่า 0 เช่นเดียวกับตารางค่าไพ่ก่อนหน้า
อย่านำสองข้อมูลมาบวกกัน: คะแนน Banker สองใบแรกใช้เลือกแถว ส่วนไพ่ใบที่สามของ Player ใช้เลือกเงื่อนไข และห้ามใช้คะแนนสุดท้ายของ Player แทนค่าไพ่ใบที่สาม
อ่านตารางจั่วไพ่ของ Banker อย่างไร? พร้อมตัวอย่าง
เริ่มจากตรวจว่าไม่มี Natural แล้วดูว่า Player จั่วหรือไม่ หากไม่จั่วให้ใช้กฎกรณีแรก หากจั่วจึงเลือกแถวจากคะแนน Banker สองใบแรก และเทียบค่าของไพ่ใบที่สามของ Player กับเงื่อนไขในแถวนั้น
ตัวอย่างทั้งหมดต่อไปนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายกฎ ไม่ใช่ประวัติลูกค้าหรือผลจากการเล่นจริง และใช้เพื่อบอกว่า Banker ต้องจั่วหรือหยุดเท่านั้น ไม่ใช่การทำนายผู้ชนะ
ตัวอย่างที่ 1: Player หยุด แต่ Banker ยังต้องจั่ว
สมมติว่า Player มี 6 แต้ม และ Banker มี 5 แต้มจากไพ่สองใบแรก ไม่มีฝั่งใดมี Natural Player จึงไม่จั่วเพิ่ม ส่วน Banker ต้องจั่วตามกฎ 0–5 แต้มของกรณีที่ Player หยุด ไม่ต้องใช้ตารางที่อาศัยไพ่ใบที่สามของ Player
ตัวอย่างที่ 2: เลือกแถวและดูค่าไพ่ที่ได้รับเพิ่ม
ทั้งสองกรณีนี้ Player เริ่มที่ 0 แต้ม จึงได้รับไพ่ใบที่สาม แต่การจั่วของ Banker ต้องดูข้อมูลในแต่ละแถวแยกกัน
| Player สองใบแรก | ไพ่ใบที่สามของ Player | Banker สองใบแรก | ผลของ Banker |
|---|---|---|---|
| 0 แต้ม | 8 | 3 แต้ม | ไม่จั่ว เพราะไพ่ใบที่สาม Player เป็น 8 |
| 0 แต้ม | 3 | 5 แต้ม | ไม่จั่ว เพราะ 3 อยู่นอกช่วง 4–7 |
ตัวอย่างที่ 3: Banker 6 แต้ม ทำไมบางครั้งจั่ว บางครั้งไม่จั่ว?
ให้ Player เริ่มที่ 2 แต้ม และ Banker เริ่มที่ 6 แต้มจากไพ่สองใบแรกเหมือนกันทุกแถว สิ่งที่เปลี่ยนคือไพ่ใบที่สามของ Player
| Player สองใบแรก | ไพ่ใบที่สามของ Player | คะแนนสุดท้าย Player | ผลของ Banker ที่เริ่ม 6 แต้ม |
|---|---|---|---|
| 2 แต้ม | 5 | 7 แต้ม | ไม่จั่ว |
| 2 แต้ม | 6 | 8 แต้ม | จั่ว |
| 2 แต้ม | 7 | 9 แต้ม | จั่ว |
Banker ที่เริ่ม 6 แต้มจะจั่วเมื่อไพ่ใบที่สามของ Player มีค่า 6 หรือ 7 เท่านั้น การที่ Player จบด้วย 8 หรือ 9 แต้มในสองแถวหลังไม่ใช่ Natural เพราะได้คะแนนนั้นหลังรับไพ่ใบที่สามแล้ว
ตัวอย่างที่ 4: Player จบ 3 แต้มเหมือนกัน แต่ Banker 4 แต้มทำต่างกันได้
สมมติว่า Banker มีคะแนนจากไพ่สองใบแรก 4 แต้มในทั้งสองกรณี ส่วน Player ได้รับไพ่ดังนี้
| ไพ่ Player สองใบแรก | ไพ่ใบที่สามของ Player | คะแนนสุดท้าย Player | ผลของ Banker ที่เริ่ม 4 แต้ม |
|---|---|---|---|
| A + K = 1 แต้ม | 2 มีค่า 2 | 3 แต้ม | จั่ว เพราะค่า 2 อยู่ในช่วง 2–7 |
| A + 2 = 3 แต้ม | K มีค่า 0 | 3 แต้ม | ไม่จั่ว เพราะค่า 0 อยู่นอกช่วง 2–7 |


ทั้งสองมือจบที่ 3 แต้มเหมือนกัน แต่ไพ่ใบที่สามมีค่าต่างกันคือ 2 กับ 0 จึงทำให้ Banker ใช้เงื่อนไขต่างกัน ถ้ารู้เพียงว่า “Player จบ 3 แต้ม Banker เริ่ม 4 แต้ม” ยังสรุปไม่ได้ว่า Banker ต้องจั่วหรือหยุด ต้องรู้ค่าของไพ่ใบที่สามของ Player ด้วย
จุดไหนบ้างที่อ่านกฎไพ่ใบที่สามผิดได้ง่าย?
แม้เปิดตารางถูกหน้า ก็อาจได้คำตอบผิดถ้าใช้ข้อมูลผิดประเภท ก่อนสรุปผลการจั่วให้ตรวจจุดเหล่านี้
| สิ่งที่เข้าใจผิด | วิธีอ่านให้ถูก |
|---|---|
| ข้ามการดู Natural | ตรวจคะแนนสองใบแรกของทั้งสองฝั่งก่อน หากมี Natural จะไม่ใช้กฎไพ่ใบที่สามต่อ |
| ใช้กฎ Banker 0–5 จั่ว กับทุกกรณี | กฎนี้ใช้เมื่อ Player หยุดที่ไพ่สองใบ หาก Player จั่วต้องดูตารางอีกกรณี |
| ใช้คะแนนสุดท้ายของ Player อ่านตาราง | ใช้ค่าไพ่ใบที่สามของ Player เพียงใบเดียว คะแนนสุดท้ายไม่ใช่ข้อมูลแทนกัน |
| อ่าน 10 / J / Q / K เป็นค่า 10 | ไพ่เหล่านี้มีค่า 0 แต่ยังนับว่าได้รับไพ่ใบที่สาม ไม่ใช่กรณีไม่จั่ว |
| เลือกแถวจากคะแนน Banker หลังจั่วแล้ว | เลือกแถวจากคะแนน Banker สองใบแรก เพราะตารางมีไว้ตัดสินก่อนรับไพ่เพิ่ม |
| คิดว่าตารางจั่วบอกผู้ชนะ | ตารางบอกเพียงว่าต้องจั่วหรือไม่ เมื่อแจกครบตามกฎแล้วจึงเปรียบเทียบคะแนนสุดท้าย |
จำลำดับให้ตรง: ดู Natural → ดูว่า Player จั่วหรือหยุด → ใช้คะแนน Banker สองใบแรก → ถ้า Player จั่ว ให้ดูค่าไพ่ใบที่สาม → อ่านผลว่าจั่วหรือไม่จั่ว
กติกาในหน้านี้ใช้กับบาคาร่าแบบใด?
กฎ Natural และตารางจั่วไพ่ที่อธิบายมานี้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับบาคาร่าแบบมาตรฐานที่กำหนดการจั่วไว้ตายตัว ไม่ได้หมายความว่ารูปแบบเกมทุกชนิดต้องมีกติกาและเงื่อนไขการจ่ายเหมือนกันทั้งหมด
เมื่อพบเกมที่มีกฎเฉพาะ ให้เปิดกติกาหรือคำอธิบายของเกมนั้นก่อนใช้ตารางนี้ ชื่อรูปแบบเกมเพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่ากฎการจั่วเหมือนหรือแตกต่างจากมาตรฐาน และหากต้องการตรวจเงื่อนไขการจ่าย ให้ดูตารางอัตราจ่ายของเกมแยกต่างหาก
อ่านต่อในเรื่องที่ต้องการ
อัตราจ่ายและความน่าจะเป็นของบาคาร่า
สำหรับเรื่องอัตราจ่าย ค่าคอมมิชชัน ความน่าจะเป็น และความได้เปรียบทางคณิตศาสตร์ของคาสิโน ซึ่งแยกจากเงื่อนไขการจั่วไพ่
คู่มือวิธีเล่นบาคาร่า สำหรับมือใหม่
สำหรับทบทวนความหมายของเกม ลำดับหนึ่งรอบ และพื้นฐานการนับแต้มก่อนลงรายละเอียดกติกา
สำหรับข้อมูลความเสี่ยง การกำหนดขอบเขต และช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อการเล่นเริ่มส่งผลกระทบ